ภูตในวรรณคดีไทย




📖 เปิดตำนาน "ภูตผีและอมนุษย์" ในวรรณคดีไทย

ในวรรณคดีไทย "ภูต" และ "ผี" ไม่ได้มีบทบาทแค่การหลอกหลอนให้ผู้คนหวาดกลัวเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นทั้งผู้ช่วยพระเอก เป็นอุปสรรคที่ต้องก้าวผ่าน หรือแม้แต่เป็นตัวแทนของการสะท้อนเรื่องบาปบุญคุณโทษตามคติความเชื่อของคนไทยในสมัยก่อน สามารถแบ่งภูตผีในวรรณคดีไทยออกได้เป็น ๔ กลุ่มหลักๆ ดังนี้

๑. ภูตผีที่เกิดจากวิชาอาคมและไสยเวท

ภูตกลุ่มนี้มักปรากฏในวรรณคดีที่มีเรื่องราวของการทำศึกสงครามและเวทมนตร์คาถา โดยเฉพาะในเรื่อง ขุนช้างขุนแผน ซึ่งตัวละครนำมาใช้เป็นเครื่องมือหรือบริวาร




  • กุมารทอง

    • วรรณคดีที่ปรากฏ: ขุนช้างขุนแผน

    • ลักษณะและที่มา: กุมารทองเป็นวิญญาณเด็กที่ถูกปลุกเสกขึ้นมา ขุนแผนได้ผ่าท้องนางบัวคลี่ (ภรรยาที่คิดจะวางยาพิษตน) เพื่อนำทารกในครรภ์มาทำพิธีปลุกเสก ย่างไฟให้แห้ง และลงอักขระคาถา

    • อิทธิฤทธิ์: กุมารทองมีฤทธิ์เดชมาก สามารถล่องหนหายตัว ป้องกันภัยอันตราย กระซิบเตือนภัย และสืบข่าวให้ขุนแผนได้ ถือเป็นเครื่องรางและภูตรับใช้ที่โด่งดังที่สุดในวรรณคดีไทย




  • โหงพราย

    • วรรณคดีที่ปรากฏ: ขุนช้างขุนแผน

    • ลักษณะและที่มา: คือวิญญาณของคนที่ "ตายโหง" (ตายผิดธรรมชาติ เช่น อุบัติเหตุ ถูกฆ่า) ขุนแผนผู้มีวิชาอาคมแก่กล้าได้ทำพิธีผูกพรายเหล่านี้ไว้ใช้งาน

    • อิทธิฤทธิ์: ขุนแผนใช้โหงพรายเป็นเหมือนกองทัพเงา ช่วยในการรบ การเดินทาง ข่มขวัญศัตรู หรือแม้กระทั่งสะกดผู้คนให้หลับใหล


๒. ภูตและอมนุษย์ประจำสถานที่ตามธรรมชาติ

เป็นภูตที่สิงสถิตอยู่ตามป่า เขา หรือแหล่งน้ำ มักทำหน้าที่ปกปักรักษาอาณาเขตของตน หรือเป็นอุปสรรคขัดขวางการเดินทางของตัวละคร 




  • ผีเสื้อสมุทร

    • วรรณคดีที่ปรากฏ: พระอภัยมณี

    • ลักษณะและที่มา: เป็นยักษ์หรืออมนุษย์ที่อาศัยและมีอำนาจอยู่ในท้องทะเล มีรูปร่างใหญ่โต น่ากลัว เขี้ยวจอก แต่มีฤทธิ์ในการแปลงกายเป็นหญิงสาวสวยงามได้

    • บทบาท: นางสะกดรักพระอภัยมณีและลักพาตัวไปอยู่ด้วยกันในถ้ำจนมีบุตรคือ สินสมุทร ถือเป็นตัวละครกึ่งยักษ์กึ่งภูตแห่งท้องทะเลที่เป็นตำนาน




  • ผีป่า / ผีโป่ง

    • วรรณคดีที่ปรากฏ: มักพบในบทชมดงของวรรณคดีหลายเรื่อง หรือนิทานพื้นบ้าน

    • ลักษณะและที่มา: เป็นภูตผีที่อาศัยอยู่ในป่าลึก ผีโป่งมักอาศัยอยู่ตามดินโป่ง (ดินที่มีแร่ธาตุ) มีรูปร่างน่าเกลียดน่ากลัว

    • บทบาท: มักจะทำร้ายคนหลงป่า นายพราน หรือผู้ที่เข้าไปบุกรุกพื้นที่ป่าโดยไม่เคารพสิ่งศักดิ์สิทธิ์



  • นางไม้ / รุกขเทวดา

    • ลักษณะและที่มา: เช่น นางตะเคียน หรือนางตานี แม้จะค่อนไปทางเทวดาชั้นผู้น้อย แต่มักถูกจัดอยู่ในกลุ่มวิญญาณหรือภูตที่สิงสถิตในต้นไม้ใหญ่ ในวรรณคดีมักกล่าวถึงเมื่อตัวละครต้องเดินทางรอนแรมในป่าและต้องทำพิธีขอขมาเพื่อเบิกทาง


๓. ภูตผีจากคติบาปบุญคุณโทษทางศาสนา

ภูตกลุ่มนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อสั่งสอนให้คนเกรงกลัวต่อบาปกรรม สะท้อนความเชื่อทางพุทธศาสนาอย่างชัดเจน





  • เปรต

    • วรรณคดีที่ปรากฏ: ไตรภูมิพระร่วง (ไตรภูมิกถา)

    • ลักษณะและที่มา: เป็นผู้ที่ทำบาปกรรมไว้ในชาติปรกติ เช่น ด่าทอพ่อแม่ โกงกิน ฉ้อราษฎร์บังหลวง เมื่อตายไปจึงไปเกิดในภูมิเปรต มีรูปร่างสูงใหญ่เท่าต้นตาล มือโตเท่าใบลาน แต่มีปากเล็กเท่ารูเข็ม ผอมโซและหิวโหยอยู่ตลอดเวลา

    • บทบาท: ใช้เป็นสัญลักษณ์เตือนสติไม่ให้ผู้อ่านทำความชั่ว




  • อสุรกาย

    • วรรณคดีที่ปรากฏ: ไตรภูมิพระร่วง

    • ลักษณะและที่มา: เป็นอมนุษย์จำพวกหนึ่งที่คล้ายเปรต แต่มีความหวาดกลัวแสงสว่าง มักหลบซ่อนตัวอยู่ในที่มืด เกิดจากกรรมที่เคยลักขโมยหรือทำร้ายผู้อื่นลับหลัง


๔. ภูตและอมนุษย์จำพวกแปลงกาย

กลุ่มนี้มีความก้ำกึ่งระหว่างสัตว์ร้ายและวิญญาณ อาศัยอำนาจลี้ลับในการพรางตัว




  • เสือสมิง

    • วรรณคดีที่ปรากฏ: มักปรากฏในวรรณกรรมพื้นบ้านและนิทานปรัมปรา (ตำนานป่า)

    • ลักษณะและที่มา: คือภูตผีหรือวิญญาณร้ายที่สิงอยู่ในร่างของเสือโคร่งขนาดใหญ่ หรือเป็นเสือที่กินคนเข้าไปมากจนมีวิญญาณสิงสู่ สามารถแปลงกายเป็นคน (มักแปลงเป็นคนรู้จัก หรือหญิงสาว) เพื่อหลอกล่อเหยื่อหรือนายพรานให้หลงกลแล้วจับกิน




  • สรุปปิดท้ายบทความ:“ภูตและผีในวรรณคดีไทยนั้น ไม่ได้มีไว้เพื่อสร้างความสยองขวัญเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นตัวแทนที่สะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิต ความเชื่อเรื่องไสยศาสตร์ กฎแห่งกรรม และความเคารพต่อธรรมชาติของคนไทยในสมัยโบราณได้อย่างลึกซึ้ง”









ความคิดเห็น